คงจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อหากโทรศัพท์มือถือในอนาคตไม่จำเป็นต้องวุ่นวายจัดการหาสายชาร์ตแบตเตอรี่เพื่อเสียบปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่อีกต่อไป แต่ในอนาคตอันใกล้อีกไม่กี่ปีเราคงจะได้เห็นและได้ใช้งานกัน
โดยนักวิจัยจากศูนย์วิจัยผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ "โนเกีย" ที่ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษระบุว่ากำลังพัฒนาแบตเตอรี่ที่สามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 50 มิลลิวัตต์ โดยปัจจุบันพัฒนาแบตเตอรี่ต้นแบบที่เก็บได้ 3-5 มิลลิวัต์การส่งคลื่นด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า จากเครื่องส่งไร้สาย ไว-ไฟ, เสาอากาศโทรศัพท์มือถือ, เสาอากาศทีวี และแหล่งส่งอื่นๆ สามารถแปลงพลังงานในแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือเต็ม ซึ่งอุปกรณ์ของโนเกียจะทำงานเหมือนกับหลักการเดียวกับเครื่องรับวิทยุแบบแร่ (crystal radio) หรือระบบการชี้เฉพาะด้วยความถี่วิทยุ (RFID) ด้วยการแปลงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นคลื่นสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้แผงเซอร์กิตแบบ pas-sive 2 ตัว ซึ่งแม้ว่าจะได้รับเพียงแค่ไมโครวัตต์ แต่ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวพลังงานให้แผงวงจรไม่ใช้มากกว่าที่ได้รับ
การเพิ่มพลังงานที่สามารถเก็บเกี่ยวได้และเป็นช่วงที่ทำได้ ทางโนเกียได้มุ่งโฟกัสไปยังการเก็บเกี่ยวจากคลื่นความถี่วิทยุหลายๆคลื่นและต้องการตัวรับที่เป็น wideband เพื่อรับสัญญาณในช่วงระหว่าง 500 เมกะเฮิร์ต และ 10 กิกะเฮิร์ต ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นวิทยุสื่อสารกัน
ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาเทคโนโลยีการเก็บเกี่ยวพลังงานจะพบเพียงในตลาด "นิชมาร์เก็ต" หรือตลาดเฉพาะเท่านั้น ตัวเซ็นเซอร์ไร้สายและแผ่นรับข้อมูลที่เรียกว่า RFID Tags หากโนเกียพัฒนาสำเร็จจะสามารถผลักดันให้มีการเก็บเกี่ยวพลังงานแบบไร้สายไปยังอุปกรณ์มือถือในวงกว้าง
ก่อนหน้านี้ทางอินเทลและมหาวิทยาลัยวอชิงตันได้พัฒนาเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิและความชื้นที่ดึงพลังงานจากเครื่องส่งสัญญาณขนาด 1 เมกะวัตต์ ด้วยเสาอากาศทีวีในระยะห่าง 4.1 กิโลเมตร ขณะที่ผู้ที่อยู่ในวงการนี้ระบุว่า หากโครงการนี้มีศักยภาพที่จะเกิดขึ้นได้สูงมาก และแน่นอนว่าจะต้องมีผู้ที่ได้รับผลกระทบกันบ้าง
นักวิจัยของโนเกียมั่นใจว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นได้อีกใน 3-4 ปีข้างหน้า รวมทั้งแผนการใช้ร่วมกับพลังงานอื่นๆ อาทิ พลังงานจากแสงอาทิตย์ เป้นต้น และอาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์มือถืออื่นๆในการสร้างความสะดวกสบายให้กับชีวิตมนุษย์ในยุดไฮเทคนี้
.jpg)